Thainews Thailand ข่าวไทย ความรู้ทั่วไป

สวัสดีครับ พี่น้องทุกท่าน ผมมีความภูมิใจมากที่ทุกท่านเข้ามาเยี่ยม ถ้าหากว่าพี่น้องทุกท่านอยากส่งข้อความมาเยี่ยมก็ขอเจริญกดตามนี้นะครับผม.....
ข่าวในประเทศMay 17, 2008 7:18 am
ภาพประกอบเนื้อหาข่าวอินเตอร์เน็ต
ภาพประกอบเนื้อหาข่าวอินเตอร์เน็ต

จากกรณีนักศึกษาปริญญาโท
 
ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวในมหาวิทยาลัยราชภัฏชื่อดังแห่งหนึ่งใน กทม. ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เนื่องจากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยถึงขั้นอยู่กินกัน และอาจารย์ ผู้นั้นได้ถ่ายภาพเปลือยของนักศึกษาปริญญาโทผู้นี้ แต่ ปรากฏว่ามีภาพเปลือยดังกล่าวเผยแพร่ในมหาวิทยาลัย สร้างความอับอายให้กับนักศึกษา จึงเข้าร้องเรียนต่ออธิการบดี แต่กลับถูกบีบบังคับให้ลาออกจากงานนั้น

ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ต้นสังกัดของมหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวว่า มอบหมายให้ สกอ.ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ส่วนตัวคิดว่า

อธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าว จะต้องไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และควรให้อาจารย์คนดังกล่าว ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อความเป็นธรรมในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีความสัมพันธ์ ระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชานั้น เป็นสิ่งที่ไม่ เหมาะสมอย่างยิ่งและหากมีการข่มขู่ นำภาพเปลือยออกมาเผยแพร่ ยิ่งไม่สมควรที่จะกระทำอย่างมาก ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และจะต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด

นายสุพล วุฒิเสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า
 
ขอชี้แจงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และคาดว่าในวันที่ 19 พ.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปและจะแถลงผลให้รับทราบ เนื่องจากเรื่องนี้สร้างความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องชี้แจงให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริง ปัจจุบันอาจารย์ที่ถูกร้องเรียน เป็นอดีตผู้บริหารซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว 2 ปี มหาวิทยาลัยได้จ้างให้เป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ สอนในมหาวิทยาลัยต่อ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรีอย่างมาก ไม่ได้มีตำแหน่งผู้บริหารแต่อย่างใด หากตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริงอย่างที่ถูกร้อง มหาวิทยาลัยก็จะต้องเลิกจ้างอาจารย์ท่านดังกล่าว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ เหมาะสม ส่วนเรื่องการเผยแพร่ภาพเปลือยในมหาวิทยาลัยนั้น ในเบื้องต้นยังตรวจสอบไม่พบ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ข่าวต่างประเทศMay 16, 2008 3:31 pm
สามีขี้หึงประกาศขายเมียทางเว็บไซต์ประมูลชื่อดัง เผยตัดสินใจทำเรื่องพรรค์นี้หลังมั่นใจเมียรักนอกใจแน่นอน ด้านภรรยาฉุน ฟ้องตำรวจถูกสามีรังควานทางเพศ

หนังสือพิมพ์เดอะ ซัน รายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ว่า

นายพอล ออสบอร์น สามีผู้ขี้หึงวัย 44 ปี ได้ประกาศขายนางชารอน ภรรยาผ่านทางเว็บไซต์ประมูล’อีเบย์’ชื่อดัง เพื่อแก้แค้นเธอฐานนอกใจเขา หลังจากที่เขาได้ขับไล่เธอออกจากบ้านไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ เขารู้แน่ชัดว่าข่าวลือเรื่องภรรยากำลังนอกใจเขาเป็นเรื่องจริง จากการตรวจเช็คอีเมล์เธอ ซึ่งมีข้อความที่เธอสนนทนากับหนุ่มออฟฟิศเรื่องชีวิตเรื่องเพศ แถมยังมีการวางแผนใช้ชีวิตในอนาคตกันด้วย ทำให้เขารู้สึกหัวใจสลาย และได้หอบทิ้งข้าวของของภรรยาออกจากบ้านไป และไล่เธอออกจากบ้าน ก่อนที่เขาจะให้อภัยเธอ โดยยอมให้เธอกลับบ้านอีก

แต่เขาก็ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหลังจากเริ่มสงสัยพฤติกรรมของเธออีก

โดยประกาศข้อความว่า ขายผู้หญิงโกหก และเศษขยะเมียนอกใจ ทั้งนี้ รายงานระบุว่า การประกาศประมูลภรรยาของเขา เรียกมูลค่าได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นายออสบอร์นบอกว่า ต่อมาเขาได้ตัดสินใจถอดข้อความประมูลดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง โดยเขาทำมันลงไปเพราะกำลังโมโหสุด ๆ

ด้านนางออสบอร์นเปิดเผยว่า เธอไม่เคยหลอกลวงนอกใจสามี และกำลังยื่นฟ้องเขาแล้วในข้อหารังควานทางเพศ ขณะที่ตำรวจเตรียมสอบสวนคดีนี้ โดยจะเรียกทั้งสองมาสอบปากคำ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
ข่าวในประเทศ 3:07 am

ไฟไหม้โกดังน้ำตาลที่บุรีรัมย์ กลางดึก ระดมรถดับเพลิงกว่า 30 คันเข้าฉีดน้ำสกัดด้วยความยากลำบาก แถมน้ำตาลเป็นเชื่อไฟอย่างดี ระดมดับถึงเช้าก่อนเพลิงสงบลง ผลน้ำตาลมูลค่ากว่า 650 ล้านบาท วอดเกลี้ยงโกดัง

วันนี้ (16 พ.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.วุฒิพงษ์  ปานาลาด ร้อยเวรฯ สภ.หินเหล็กไห อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ 

รับแจ้งว่าเกิดไฟไหม้โกดังน้ำตาลของโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์อย่างรุนแรง  จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.เชิดชัย  เปรมปรีด์  สวญ. และแจ้งรถดับเพลิงเทศบาลหินเหล็กไฟ  รถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์  เบื้องต้นพบว่าเป็นโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ตั้งอยู่กลางตลาดหินเหล็กไฟซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ภายในโกดังที่ 1 อย่างรุนแรงจึงวิทยุขอกำลังรถดับเพลิงจากทุกอำเภอทั้ง 23 อำเภอกว่า 30 คันมาช่วยสกัด  แต่การสกัดเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเกิดลมกรรโชกอย่างรุนแรง  และมีประชาชนมามุงดูจำนวนมากอีกทั้งถนนทางเข้าคับแคบ  มีรถจอดขวางยากต่อการเข้าดับไฟและไฟได้โหมไหม้ทำท่าจะลุกลามไปยังโกดังข้าง ๆ

ต่อมานายสันทัด  จัตุชัย  ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ พล.ต.ต.สมหมาย  กองวิสัยสุข  ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ 

พล.ต.เอกศักดิ์  ไสยสุข  ผบ.จทบ.บร.  ได้มาอำนวยการดับเพลิง ไฟได้ไหม้จนรุ่งเช้าก็ยังไม่สามารถสกัดเพลิงได้เพราะน้ำตาลทรายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จนไฟเผาไหม้วอดหมดทั้งโกดังแต่ไม่ลามไปโกดังที่ 2 ซึ่งอยู่ติดกัน จากการสอบถามนายอนันต์  ตั้งตรงเวชกิจ  อายุ 44 ปี  กรรมการผจก.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์  เปิดเผยว่า “ช่วงก่อนเกิดเหตุคนงานซึ่งมีบ้านพักอยู่หลังโกดัง ได้วิ่งมาแจ้งว่าเห็นไฟลุกไหม้ตามสายไฟในโกดังที่ 1  ซึ่งเป็นโกดังใหญ่ภายในบรรจุน้ำตาลทรายจำนวน 40,000 ตัน เป็นน้ำตาลทรายที่เตรียมส่งออกนอกเมื่อไปดูพบว่าไฟได้ลุกไหม้ภายในอย่างรุนแรง  จึงรีบแจ้งตำรวจและรถดับเพลิงมาดับไฟแต่ก็ไหม้จนหมดต้องช้รถแบ็คโฮทำลายกำแพงเพื่อสกัดเพลิง เบื้องต้นความเสียหายคาดว่ากว่า 650 ล้านบาท ทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบหลังเพลิงสงบก่อนแต่ในเบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจรเพราะโกดังที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก่าสร้างมานานหลายสิบปี.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส

“หน้าต่อไป”

เว็บนี้จัดทำโดยบุญลีฬห์ หลี นักเรียนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คนเข้ามาผมดีใจคนไปผมคิดถึงมาก ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาแล้วมีความสุขตลอดไปนะครับ.....